ข้อมือหัก ผิดรูปคล้ายส้อม! จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคนไหม หรือแค่ใส่เฝือกก็พอ?
ข้อมือหัก ผิดรูปคล้ายส้อม! จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคนไหม หรือแค่ใส่เฝือกก็พอ?
"หมอคะ ป้าลื่นล้มในครัว เอามือยันพื้น ดังกร๊อบ! ตอนนี้ข้อมือป้าบวมเป่ง รูปร่างมันดูแปลกๆ งอๆ เหมือนส้อมเลยค่ะ ป้ากลัวมาก ต้องผ่าตัดไหมคะ ป้าไม่อยากผ่าเลย กลัวเจ็บตัว"
คุณป้าดา (นามสมมติ) วัย 65 ปี เดินประคองข้อมือซ้ายเข้ามาในห้องฉุกเฉินด้วยสีหน้าตื่นตระหนก พร้อมกับลูกสาวที่กังวลไม่แพ้กัน
ภาพของข้อมือที่บวมฉุ และผิดรูปจนดูเหมือน "ส้อม" (Dinner Fork Deformity) เป็นภาพจำที่หมอกระดูกคุ้นเคยดีครับ นี่คือสัญลักษณ์ของ "กระดูกข้อมือหัก" (Distal Radius Fracture) ซึ่งเป็นอุบัติเหตุยอดฮิตอันดับต้นๆ ของผู้สูงอายุ
คำถามที่อยู่ในใจคนไข้ทุกคนเมื่อเห็นฟิล์มเอกซเรย์คือ "ต้องผ่าไหมหมอ?"
วันนี้หมอจะพามาหาคำตอบกันครับว่า กระดูกข้อมือหักแบบไหนที่ "ใส่เฝือก" ก็หายได้ และแบบไหนที่ "การผ่าตัด" คือทางเลือกที่ดีกว่า เพื่อให้ข้อมือของเรากลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมครับ
ทำไมล้มแล้วต้อง "ข้อมือหัก"?
ธรรมชาติของมนุษย์ครับ เวลาจะล้ม เราจะสัญชาตญาณสั่งให้ "เอามือยันพื้น" เพื่อป้องกันหัวฟาด การกระทำนี้ทางการแพทย์เรียกว่า FOOSH (Fall On Outstretched Hand)
แรงกระแทกทั้งหมดจากน้ำหนักตัว จะถูกส่งตรงไปที่ข้อมือ และกระดูกชิ้นที่รับภาระหนักที่สุดคือ "กระดูกเรเดียส" (Radius) หรือกระดูกข้อมือฝั่งนิ้วโป้ง
ในคนหนุ่มสาว กระดูกแข็งแรง อาจจะแค่เคล็ดขัดยอก แต่ในผู้สูงอายุที่มีภาวะ "กระดูกพรุน" (Osteoporosis) ร่วมด้วย กระดูกบริเวณนี้จะเปราะบางเหมือนฟองน้ำแห้งๆ พอเจอแรงกระแทกปุ๊บ ก็จะยุบ หัก หรือแตกละเอียดได้ทันทีครับ
อาการที่บอกว่า "หักแน่ๆ"
ปวดรุนแรง: ขยับข้อมือแทบไม่ได้
บวมฉับพลัน: เลือดออกภายในทำให้บวมเป่งอย่างรวดเร็ว
ผิดรูป: ข้อมืออาจจะดูงอพับไปด้านหลัง หรือบิดเบี้ยว (เหมือนส้อมทานข้าว)
ชา: หากกระดูกที่หักไปกดทับเส้นประสาท จะมีอาการชานิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง
การตรวจวินิจฉัย
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล สิ่งแรกที่หมอจะทำคือการ เอกซเรย์ (X-ray) เพื่อดูว่าหักแบบไหน หักกี่ชิ้น และกระดูกเคลื่อนไปมากน้อยเพียงใด
ในบางกรณีที่รอยหักซับซ้อน หรือแตกละเอียดเข้าผิวข้อ หมออาจขอทำ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพิ่มเติม เพื่อวางแผนการรักษาให้แม่นยำที่สุดครับ
ทางแยกของการรักษา: ใส่เฝือก VS ผ่าตัด
สมัยก่อน เรามักจะรักษาด้วยการดึงกระดูกให้เข้าที่แล้วใส่เฝือกปูน แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีเปลี่ยนไป เรามีเกณฑ์การตัดสินใจที่ชัดเจนขึ้นครับ
ทางเลือกที่ 1: การใส่เฝือก (Non-Surgical Treatment)
เราจะเลือกวิธีนี้เมื่อ...
- กระดูกไม่เคลื่อน (Non-displaced): รอยหักเป็นแค่เส้นร้าวๆ กระดูกยังเรียงตัวสวยงามดี
- ดึงเข้าที่แล้วอยู่นิ่ง (Stable fracture): หมอดึงกระดูกให้กลับมาตรงแล้ว ใส่เฝือกแล้วกระดูกไม่หลุดเลื่อนอีก
- ผู้ป่วยมีความเสี่ยงในการผ่าตัดสูง: เช่น มีโรคหัวใจรุนแรง หรือผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่ได้ใช้งานข้อมือหนัก
ข้อดี: ไม่เจ็บตัว ไม่มีแผลผ่าตัด ข้อเสีย: ต้องใส่เฝือกนาน 4-6 สัปดาห์ ขยับข้อมือไม่ได้ ทำให้ข้อติดยึดได้ง่าย และมีโอกาสที่กระดูกจะยุบตัวลงไประหว่างใส่เฝือก ทำให้ข้อมือสั้นลงหรือเบี้ยวได้ในภายหลัง
ทางเลือกที่ 2: การผ่าตัดยึดกระดูก (Surgical Treatment)
เราจำเป็นต้องผ่าตัด เมื่อ...
- กระดูกแตกละเอียด (Comminuted fracture): กระดูกแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เหมือนคุ้กกี้ที่ตกพื้น การใส่เฝือกจะไม่สามารถประคองให้กระดูกติดในท่าสวยๆ ได้
- รอยแตกทะลุเข้าผิวข้อ (Intra-articular fracture): อันนี้สำคัญมากครับ! ผิวข้อต่อต้อง "เรียบเนียน" เหมือนพื้นกระเบื้อง ถ้ากระดูกแตกแล้วผิวข้อขรุขระ จะทำให้เกิด "ข้อเสื่อม" และปวดเรื้อรังในอนาคต การผ่าตัดจะช่วยจัดผิวข้อให้เรียบที่สุด
- กระดูกสั้นลงหรือเอียงมาก: หากปล่อยไว้ จะทำให้ข้อมือผิดรูป แรงกดที่เส้นเอ็นจะเปลี่ยนไป ทำให้ปวดข้อมือเรื้อรัง
- ต้องการใช้งานเร็ว: การผ่าตัดใส่เหล็กดาม (Plate and Screws) สมัยใหม่ แข็งแรงมาก ผ่าเสร็จไม่กี่วันก็เริ่มขยับข้อมือได้แล้ว ไม่ต้องรอเป็นเดือนเหมือนใส่เฝือก เหมาะกับคนวัยทำงาน หรือผู้สูงอายุที่ยังแอคทีฟ
เทคโนโลยีการผ่าตัดในปัจจุบัน
ไม่ต้องกลัวเรื่องแผลใหญ่ หรือเหล็กหนักๆ เหมือนสมัยก่อนนะครับ
ปัจจุบันเราใช้แผ่นดามโลหะชนิดพิเศษ (Locking Plate) ที่ออกแบบมาให้โค้งรับกับรูปกระดูกข้อมือพอดี แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก และความแข็งแรงสูงมาก ทำให้หลังผ่าตัด คนไข้สามารถเริ่มทำกายภาพบำบัด ขยับนิ้ว หยิบจับของเบาๆ ได้แทบจะทันที
พยากรณ์โรค: จะกลับมาเหมือนเดิมไหม?
ไม่ว่าจะผ่าตัดหรือใส่เฝือก เป้าหมายคือการให้กระดูกติดในท่าที่ดีที่สุดครับ
- กระดูกจะติดสนิท: ใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์
- การใช้งาน: ส่วนใหญ่กลับมาใช้งานชีวิตประจำวันได้เกือบปกติ แต่อาจมีอาการขัดๆ หรือองศาการงอข้อมือลดลงบ้างเล็กน้อย โดยเฉพาะในรายที่แตกละเอียดมาก
การดูแลและฟื้นฟู
หัวใจสำคัญที่หมอขอย้ำกับคนไข้ทุกคน ไม่ว่าจะใส่เฝือกหรือผ่าตัด คือ "การขยับนิ้ว" ครับ
ต้องหมั่นกำ-แบมือ ยกแขนสูง เพื่อลดบวม และป้องกันข้อนิ้วยึดติด อย่ากลัวเจ็บจนไม่กล้าขยับ เพราะถ้า "นิ้วติด" แล้ว แก้ยากกว่ากระดูกหักเสียอีกครับ
สรุป
"กระดูกข้อมือหัก" ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคนครับ หากกระดูกไม่เคลื่อน การใส่เฝือกก็เพียงพอ
แต่หากกระดูกแตกยับเยิน หรือกระทบผิวข้อ การผ่าตัดคือการลงทุนเพื่ออนาคต เพื่อให้ข้อมือกลับมาเรียบเนียน ขยับได้คล่อง และลดความเสี่ยงข้อเสื่อมในระยะยาว
สิ่งสำคัญคือ เมื่อล้มแล้วเจ็บข้อมือ อย่าชะล่าใจคิดว่าแค่เคล็ด ให้รีบมาเอกซเรย์ครับ การรักษายิ่งเร็วยิ่งได้ผลดี และอย่าลืมตรวจ "มวลกระดูก" ด้วยนะครับ เพราะข้อมือหักครั้งนี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคกระดูกพรุนที่ต้องรีบรักษา ก่อนที่กระดูกส่วนอื่น (เช่น สะโพก) จะหักตามมาครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#กระดูกข้อมือหัก #DistalRadiusFracture #ล้มข้อมือหัก #กระดูกพรุน #ผ่าตัดข้อมือ #ใส่เฝือก #หมอเก่งกระดูกและข้อ #คลินิกกระดูกและข้อเชียงใหม่ #ผู้สูงอายุล้ม #กายภาพบำบัดข้อมือ
References
- American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Distal Radius Fractures (Broken Wrist). OrthoInfo. 2022. Available from: https://orthoinfo.aaos.org/en/diseases--conditions/distal-radius-fractures-broken-wrist/
- Chung KC, et al. Treatment of Distal Radius Fractures. J Hand Surg Am. 2020;45(11):1066-1073.
- Levin LS, Rozell JC, Pulos N. Distal Radius Fractures in the Elderly. J Am Acad Orthop Surg. 2017;25(3):179-187.
- Egol KA, Koval KJ, Zuckerman JD. Handbook of Fractures. 6th ed. Philadelphia: Wolters Kluwer; 2020.
- Orbay JL, Fernandez DL. Volar fixation for dorsally displaced fractures of the distal radius: a preliminary report. J Hand Surg Am. 2002;27(2):205-15.
Comments
Post a Comment