อายุ 65 ล้มข้อมือหัก ต้องผ่าไหม? ถ้ายอมใส่เฝือกแล้วกระดูกผิดรูป จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 



"หมอครับ... ถ้าผมไม่ผ่าตัด ยอมให้กระดูกมันเบี้ยวหน่อยๆ จะเป็นอะไรไหมครับ? ผมกลัวการผ่าตัด อายุ 65 แล้ว ไม่อยากเจ็บตัวเยอะ"

นี่คือคำถามยอดฮิตจากห้องตรวจฉุกเฉิน ที่ผมได้ยินบ่อยมาก เวลาเจอกับคนไข้ที่มีปัญหากระดูกข้อมือหักครับ

โดยเฉพาะในเคสคุณสมชาย (นามสมมติ) ชายไทยวัย 65 ปี ที่เพิ่งเกษียณมาไม่นาน ยังแข็งแรง ขับรถไปส่งหลานได้ ปลูกต้นไม้ได้ แต่โชคร้ายลื่นล้มในห้องน้ำ เอาดมือยันพื้น จนข้อมือ "หักและแตกละเอียด" (Comminuted fracture)

เมื่อหมอเอกซเรย์ดูแล้วพบว่า เป็นแบบ "ไม่มั่นคง" (Unstable) คือกระดูกมันยุบตัวลงไปเยอะ และแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หมอแนะนำให้ผ่าตัดดามเหล็ก แต่คุณลุงและลูกหลานกังวลเรื่องความเสี่ยง อยากจะขอลองใส่เฝือกดู และยอมรับได้ถ้ากระดูกจะติดแบบเบี้ยวๆ นิดหน่อย

คำถามสำคัญคือ "คำว่าเบี้ยวหน่อยๆ ที่เรายอมรับในวันนี้ จะส่งผลกระทบอะไรกับชีวิตในอีก 10-20 ปีข้างหน้าบ้าง?" วันนี้หมอเก่งจะมาเล่าให้ฟังแบบเจาะลึก เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจครับ

เข้าใจคำว่า "หัก แตกละเอียด และ ไม่มั่นคง" ก่อน

เพื่อให้เห็นภาพนะครับ ลองจินตนาการว่ากระดูกข้อมือเราเหมือน "เสาบ้าน"

  • หักธรรมดา: เหมือนเสาร้าว หรือหักแต่ยังวางซ้อนกันได้ ใส่เฝือกประคองไว้ เดี๋ยวปูน (กระดูกใหม่) ก็มาเชื่อม
  • หัก แตกละเอียด (Comminuted): เหมือนเสาคอนกรีตที่ถูกทุบจนแตกเป็นก้อนกรวดเล็กๆ ตรงกลางมันกลวงโบ๋
  • ไม่มั่นคง (Unstable): คือถ้าเราเอาปูนพลาสเตอร์ (เฝือก) ไปโบกทับไว้เฉยๆ แรงดึงของกล้ามเนื้อและน้ำหนักแขน จะดึงให้เศษกระดูกที่แตกนั้น "ยุบตัวลง" เหมือนตึกถล่ม ทำให้กระดูกแขนสั้นลงและบิดเบี้ยวในที่สุด

ดังนั้น ในเคสแบบนี้ การใส่เฝือกมักจะไม่สามารถดึงกระดูกให้คงรูปเดิมได้ครับ กระดูกจะติดแน่นอน แต่จะติดในสภาพที่ "สั้นลงและผิดรูป"

6 ปัญหาใหญ่ ที่จะตามมา หากยอมให้กระดูกข้อมือติดผิดรูป

ในคนไข้วัย 65 ปี ที่ร่างกายยังแข็งแรง (Active Patient) การยอมรับความพิการผิดรูป อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตมากกว่าที่คิดครับ

1. กระดูกแขนสั้นลง ทำให้ "กระดูกข้างเคียงกระแทกกัน" (Ulnar Impaction Syndrome) แขนท่อนล่างเรามีกระดูก 2 อันคู่กัน คือ รัศมี (Radius - อันที่หัก) และ อัลนา (Ulna - อันเล็กข้างนิ้วก้อย) ปกติมันยาวเท่ากัน

เมื่อกระดูกรัศมีหักและยุบตัวลง มันจะ "สั้นลง" ครับ แต่กระดูกอัลนาไม่ได้สั้นลงด้วย ผลคือ กระดูกอัลนาจะดูยาวกว่าปกติ และไป "ค้ำ" หรือ "กระแทก" กับกระดูกข้อมือชิ้นเล็กๆ ฝั่งนิ้วก้อย

อาการ: คนไข้จะปวดข้อมือฝั่งนิ้วก้อยมาก เวลาบิดข้อมือ หรือเวลากำมือแน่นๆ เหมือนมีอะไรมาขัดๆ อยู่ข้างใน

2. องศาการขยับหายไป โดยเฉพาะการ "บิดข้อมือ" การหมุนมือเพื่อ "รับเงินทอน" (Supination) หรือ "คว่ำมือพิมพ์คอมพิวเตอร์" (Pronation) ต้องอาศัยความสัมพันธ์ที่เป๊ะมากของข้อต่อ

ถ้ากระดูกติดผิดรูป แค่ไม่กี่มิลลิเมตร กลไกนี้จะติดขัดทันทีครับ ผลกระทบ: คุณลุงอาจจะบิดลูกบิดประตูไม่ได้ ไขกุญแจลำบาก หรือตักข้าวเข้าปากลำบากเพราะหงายมือไม่สุด

3. ข้อเสื่อมก่อนวัยอันควร (Post-Traumatic Arthritis) เปรียบเหมือน "ยางรถยนต์" ครับ ถ้าศูนย์ล้อเบี้ยว (กระดูกผิดรูป) น้ำหนักจะเทไปลงที่ผิวข้อจุดใดจุดหนึ่งมากเกินไป ยางก็จะสึกข้างเดียว

ผลกระทบ: ผ่านไป 1-2 ปี จะเริ่มมีอาการปวดเรื้อรัง ข้อขัด ขยับมีเสียงดัง และข้อเสื่อมในที่สุด ซึ่งแก้ยากกว่ากระดูกหักตอนแรกมาก

4. เอ็นขาด (Tendon Rupture) เศษกระดูกที่แตกละเอียด บางทีมันแหลมคมเหมือน "มีดโกน" ครับ ถ้ากระดูกติดในท่าที่ไม่เรียบ เวลาเราขยับนิ้วโป้งไปมา เส้นเอ็นที่พาดผ่านปุ่มกระดูกแหลมๆ นี้ จะถูก "เลื่อย" ไปเรื่อยๆ

ผลกระทบ: วันดีคืนดี แค่เอื้อมมือไปหยิบของ เส้นเอ็นนิ้วโป้งอาจจะขาดผึง! ทำให้นิ้วโป้งตกลง ยกไม่ขึ้น

5. มือชา จากพังผืดทับเส้นประสาท (Carpal Tunnel Syndrome) เมื่อโครงสร้างกระดูกเปลี่ยนไป ช่องอุโมงค์ข้อมือ (Carpal Tunnel) ก็จะบิดเบี้ยวและแคบลงด้วย อาจไปกดทับเส้นประสาทมีเดียน อาการ: ชาปลายนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และมีอาการอ่อนแรงหยิบจับของหลุดมือ

6. รูปลักษณ์ภายนอก (Deformity) ข้อมือจะดูงอคล้าย "ส้อมจิ้มอาหาร" (Dinner Fork Deformity) และมีปุ่มกระดูกปูดโปนออกมา ซึ่งอาจทำให้เสียความมั่นใจ หรือใส่เนฬิกาข้อมือลำบาก

ตรวจวินิจฉัยอย่างไร เพื่อประเมินความรุนแรง

ถ้าตัดสินใจจะไม่ผ่าตัด หรือกำลังลังเล หมอจะต้องตรวจละเอียดครับ

  1. เอกซเรย์ (X-ray): ดูความสั้นที่หายไป (Radial shortening) และองศาที่กระดกหน้า-หลัง (Tilt) ถ้าสั้นเกิน 2-3 มม. หรือกระดกผิดมุมไปมาก แนวโน้มจะมีปัญหาตามมาสูงครับ
  2. CT Scan (ในบางราย): เพื่อดูว่าผิวข้อแตกละเอียดแค่ไหน มีชิ้นส่วนไหนหลุดเข้าไปขัดในข้อหรือไม่

ทางเลือกการรักษา: จะเลือกทางไหนดี?

ทางเลือกที่ 1: ไม่ผ่าตัด (ใส่เฝือก)

  • เหมาะกับใคร: ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการผ่าตัดสูงมาก (เช่น โรคหัวใจรุนแรง), ผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่ได้ใช้มือทำกิจกรรมซับซ้อน (Low demand), หรือกระดูกเคลื่อนน้อยมาก
  • สิ่งที่ต้องแลก: ต้องยอมรับความเสี่ยงเรื่องกระดูกผิดรูป ข้อมือติด และอาการปวดเรื้อรังที่อาจตามมา

ทางเลือกที่ 2: ผ่าตัดใส่เหล็กดาม (ORIF with Plate and Screws)

  • เหมาะกับใคร: ผู้ป่วยวัย 65 ปีที่ยังแข็งแรง ยังขับรถ ยังทำงานบ้าน (Active), กระดูกแตกแบบไม่มั่นคง
  • ข้อดี: จัดกระดูกให้เข้าที่ได้ใกล้เคียงเดิมที่สุด, เริ่มขยับมือทำกายภาพได้เร็ว (ไม่ต้องใส่เฝือกนาน), ลดโอกาสเกิดข้อเสื่อมและข้อติด
  • ข้อเสีย: มีความเสี่ยงจากการผ่าตัดและการดมยาสลบ, มีแผลผ่าตัด

พยากรณ์โรค: ถ้าเลือกไม่ผ่าตัดแล้วมีปัญหา แก้ทีหลังได้ไหม?

คำตอบคือ "ได้ แต่ยากกว่าเดิมมาก" ครับ การมาแก้กระดูกที่ติดผิดรูปไปแล้ว (Malunion correction) หมอต้องทำการ "ตัดกระดูกใหม่" (Osteotomy) และเอา "กระดูกจากสะโพก" มาปลูกเสริมในส่วนที่มันยุบหายไป แล้วค่อยดามเหล็ก

ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ใหญ่กว่า ซับซ้อนกว่า และใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าการผ่าตัดจัดกระดูกตั้งแต่ครั้งแรกครับ

สรุป

สำหรับชายไทยวัย 65 ปี ที่ยังใช้ชีวิตแอคทีฟ การรักษากระดูกข้อมือที่ "แตกละเอียดและไม่มั่นคง" ด้วยการไม่ผ่าตัดและยอมให้กระดูกติดผิดรูป อาจไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามครับ

แต่มันหมายถึงการสูญเสีย "ฟังก์ชันการใช้งาน" ของมือข้างถนัด ทั้งการบิดมือ การกำของ และความเจ็บปวดเรื้อรังที่อาจรบกวนชีวิตในระยะยาว

หากท่านสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี การผ่าตัดเพื่อจัดกระดูกให้เข้าที่ มักจะให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาวครับ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจต้องขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและความเข้าใจความเสี่ยงของตัวคนไข้เองด้วยครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#กระดูกข้อมือหัก #กระดูกแขนหัก #ข้อมือผิดรูป #ผ่าตัดข้อมือ #ดามเหล็ก #หมอเก่งเชียงใหม่ #ปวดข้อมือเรื้อรัง #กระดูกพรุน #ล้มข้อมือหัก #Malunion


References

  1. American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Management of Distal Radius Fractures Evidence-Based Clinical Practice Guideline. 2020.
  2. Lichtman DM, Bindra RR, Boyer MI, et al. Treatment of distal radius fractures. J Am Acad Orthop Surg. 2010;18(3):180-189.
  3. Satku K. The management of distal radius fractures in the elderly. Singapore Med J. 2010;51(6):459.
  4. Diaz-Garcia RJ, Oda T, Shauver MJ, Chung KC. A systematic review of outcomes and complications of treating unstable distal radius fractures in the elderly. J Hand Surg Am. 2011;36(5):824-835.e2.
  5. Arora R, Lutz M, Deml C, et al. A prospective randomized trial of locking plate fixation versus casting for unstable distal radius fractures in patients older than 60 years. Clin Orthop Relat Res. 2011;469(12):3356-3364. (Note: This paper discusses that function can be acceptable in some elderly patients, providing a balanced view, but highlights the deformity risks).

Comments

Popular posts from this blog

แค่ล้มเอามือยันพื้น... ทำไมกระดูกถึงหักง่ายจัง?" สัญญาณเตือนภัยเงียบ ของผู้หญิงวัย 50+ ที่ไม่ควรมองข้าม!

เมื่อกระดูกข้อมือ "แตกละเอียด" และ "หงายหลัง" ทำไมการใส่เฝือกถึงอาจไม่เพียงพอ?

ข้อมือหัก ผิดรูปคล้ายส้อม! จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคนไหม หรือแค่ใส่เฝือกก็พอ?